รายละเอียด : ขอให้โชคดีมีสุขทุกๆวัน
ขอให้โชคดีมีสุขทุกๆวัน
การทำอาหารสักอย่างหนึ่ง หากเราปรุงรสหรือไม่มีวิธีการจัดแต่งที่ดีพอ รสชาติของอาหารย่อมไม่ชวนให้น่าลิ้มลอง หรือไม่อาจทำให้รู้สึกรังเกียจอาหารประเภทนั้นไปเลยก็มี แต่หากมีการปรุงด้วยฝีมือที่ประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการปรุงแต่ง อาหารชนิดนั้นย่อมเป็นที่ถูกตาต้องใจทั้งผู้ทำและผู้ได้ลิ้มรสเสมอ
การมีชีวิตอยู่ก็เช่นเดียวกัน สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้ชีวิตมานานหรือมากน้อยต่างกัน แต่อยู่ที่ว่าเราใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์มีสาระ หรือใช้ชีวิตอย่างคนไร้ค่า แล้วทำชีวิตให้เสื่อมจากคุณงามความดี การที่ชีวิตจะประสบความโชคดี และมีความสุขตามวิถีทางที่เหมาะสม พร้อมกับมีความดีเป็นเครื่องร้อยรัดซึ่งกันและกันไว้ด้วย ชีวิตจึงจะเป็นมิตรกับเราและมอบความสุขให้เป็นของกำนัลในทุกโมงยาม
หากเราต้องการความโชคดีและมีความสุขทุกขณะ ผู้ใหญ่ที่ผ่านการเรียนรู้ชีวิตมาอย่างชาญฉลาดมักสอนเราเสมอว่า "ควรใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาทในการดำรงอยู่ พร้อมกันนั้นก็ควรหมั่นทำความดีอยู่เสมอ แล้วชีวิตก็จะประสบแต่ความโชคดีและมีความสุขอยู่เนืองๆ"
ดังนั้น เราจึงควรมาช่วยกันสร้างความโชคดีและสร้างความสุขให้กับชีวิต เพราะทุกความโชคดีและทุกความสุขที่พร้อมจะเบ่งบาน ทุกอย่างล้วนเริ่มต้นจากตัวเราเสมอ
สารบัญ : ขอให้โชคดีมีสุขทุกๆวัน
- อยู่ที่เราต้องการให้เป็น
- จุดหมายสำคัญในชีวิต คือการให้กำเนิดตนเอง
- ทำให้ชีวิตมีเกณฑ์ที่ไร้กรอบ
- ความดีสวยงามเสมอ
- ความดีและความรู้ ซ่อนอยู่ทุกที่
- ความดี
- ไม่ใกล้สิ่งชั่ว...ตัวก็เป็นสุข
- แค่วางก็สร้างสุข
เนื้อหาปกหลัง : ขอให้โชคดีมีสุขทุกๆวัน
ขอให้โชคดีมีสุขทุกๆวัน
"...ใช้ชีวิตอย่างมีสติไม่ประมาทในการดำรงอยู่ หมั่นทำความดีอยู่เสมอแล้วชีวิตก็ประสบแต่ความโชคดีและมีความสุขอยู่เนืองๆ"
ชุติปัญโญ
ขออานิสงส์ความดีที่สร้างไว้ จงคลี่คลายแก้ปัญหาที่ถาโถม
ขอให้จิตใจที่เคยล้าจงมั่นคง ไม่ทรุดโทรมตามวันวานที่ผ่านไป
ขอให้มิตรญาติบุตรหลานบันดาลสุข เปลี่ยนวันทุกข์ให้หมุนพลันเป็นวันใหม่
"ขอให้โชคดีอย่างนี้เสมอไป" เจริญวัน เจริญศรี ทวีคูณ
กิตติเมธี
....สำหรับกับการก้าวไปด้วยความตื่นรู้ อยู่กับปัจจุบัน
มุ่งมั่นกับการปั่นฝันแห่งอนาคต ร่ำรวยด้วยความสุข
และมั่งคั่งไปด้วยพลังใจไม่เหือดหาย มาเถอะ เราจะก้าวไปด้วยกัน
ธรรมตา
รีวิวโดยผู้เขียน : ขอให้โชคดีมีสุขทุกๆวัน
ขอให้โชคดีมีสุขทุกๆวัน
เป็นประจำทุกๆ สิ้นปี ผู้เขียนจะให้เวลากับตัวเองเพื่อทบทวนตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ว่าได้ทำอะไรไปแล้ว ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มีอะไรที่จะต้องทำและอยากจะทำในปีต่อไปบ้าง เมื่อก่อนเขียนแตกประเด็นเป็นด้านๆ เลยทีเดียว ซึ่งช่วยทำให้เห็นตัวตนชัดเจนมากขึ้น แต่หลังๆ นี้ก็แต่นั่งไล่เรียงเฉพาะเรื่องเด่นๆ พร้อมทั้งเป้าหมายหลักๆ สักอย่าง แล้วก็กำนหดแนวทางไว้กว้างๆ เพื่อให้ยืดหยุ่นได้ง่าย ไม่ยึดติดเกินไป
มันทำให้รู้สึกว่าตนเองได้ "ก้าวหน้า" ไปอย่างมรทิศทางและมีความ "มั่นใจ" ในก้าวต่อไปเสมอ แม้ว่าจะกระทบกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง แต่ก็เหมือนกับเตรียมพร้อมใจไว้อยู่แล้วไม่ว่าจะแปนผันไปอย่างไร ก็ไม่ได้หวั่นไหวไปกับความแปรปรวนนั้นมากนัก จาก "วิตก" ก็ปรับไปเป็น "วิเคราะห์" ทำให้เกิดความตระหนักมากกว่าตระหนกตกใจ แ้ก้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไว้ค่อยว่ากันไป
โลกยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เราไม่ค่อยเข้าใจมากขึ้น และสิ่งเหล่านั้นจะกระทบกับเรามากแค่ไหนก็ไม่มีใครบอกได้บางคนรู้สึกกลัว บอกคนว่ารู้สึกเหมือนเดินอยู่ในความมืด แต่ผู้เขียนว่าถึงจะมืดอย่างไรเราก็ต้องไปต่ออยู่ดี ถ้ามองว่าอนาคตเป็นสิ่งที่น่ากลัวดราก็จะเดินไปอย่างสั่นสะพรึง แค่มะพร้าวหล่นเราก็จะตกใจว่่าโลกจะแตก
แต่ถ้าคิดว่า "ความไม่รู้" เป็นความตื่นเต้นเร้าใจอย่างหนึ่งของชีวิต จะสนุกแค่ไหนในการก้าวไปในวันใหม่ ถึงไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ขอแค่อยู่กับขณะนี้ให้เบิกบาน และคิดอ่านสร้างสรรค์อนาคตด้วยตนเอง
ปีใหม่นี้ผู้เขียนจึงเชิญชวนทุกท่านสำราญกับการก้าวไปด้วยความตื่นรู้ อยู่กับปัจจุบัน มุ่งมั่นกับปั่นฝันแห่งอนาคตร่ำรวยด้วยความสุข และมั่งคั่งไปด้วยพลังใจไม่เหือดหาย มาเถอะเราจะก้าวไปด้วยกัน....
รีวิวโดยสำนักพิมพ์ : ขอให้โชคดีมีสุขทุกๆวัน
ขอให้โชคดีมีสุขทุกๆวัน
การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ทั้งๆ ที่คิดว่าได้เตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องราวต่างๆ ไว้อย่างรอบคอบแล้ว แต่อะไรๆ มันก็ไม่แน่นอน บ่อยครั้งเราจึงมักต้องประสบกับสถานการณ์เหนือความคาดหมาย หากตัดสินใจผิดพลาด ก็อาจส่งผลให้ตกอยู่ในห้วงวิกฤตทันที เพราะทุกๆ ขณะของชีวิตมีความเสี่ยง ดังนั้นคงจะดีไม่น้อย หากมีคู่มือจากผู้รู้คอยชี้แนะและเปิดมุมมองใหม่ๆ ก็จะช่วยทำให้เรามั่นในขึ้นได้ว่า เส้นทางที่เลือกและมุ่งเดินไป คือ หนทางที่ใช่ และดีที่สุดแล้ว
"ขอให้โชคดีสุขทุกๆ วัน" หนังสือเล่มแรกในโครงการ Dramma for Gift คัดสรรจากบทความธรรมะที่ผ่านมาของ "ชุติปัญโญ","กิตติเมธี" และบทความใหม่ล่าสุดของ "ธรรมตา" นำมารวบรวมด้วยการแบ่งออกเป็น ๓ ภาค แต่ละภาคก็เปรียบได้ดังฤดูกาลต่างๆ ที่ชีวิตต้องเจอะเจอ ซึ่งไม่ว่าต้องผ่านร้อนผ่านหนาว หรือผ่านมรสุมอีกสักกี่ครั้ง หากชีวิตมีคู่มืออันเป็นมหามงคล อย่าง "ธรรมะของพระพุทธองค์" แม้บางช่วงเวลาจะตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ แต่ด้วยแนวทางแห่ง "ศีล" ที่คุ้มครองผู้ปฏิบัติ "สมาธิ" ที่เกิดจากฝึกสติอย่างสม่ำเสมอ จนนำไปสู่ "ปัญญา" ในการแก้ไข้ปัญหาต่างๆ ก็นำพาชีวิตนั้นๆ ไปสู่หนทางแห่งความเจริญรุ่งเรือง และโชคดีมีสุขได้...ในทุกๆ วัน
สำนักพิมพ์ผลิบาน